ShoutMix chat widget

นิทานนี้ผมคิดได้ตอนที่ผมดูละครเรื่อง "รุกฆาต" ตอนที่ผู้กอง กัลป์ โดนแสน ราชสีห์ ใส่ร้ายว่าฆ่าเจ้าสาวตนเอง และฆ่านายอำเภอองอาจ ซึ่งคิดๆ ดูแล้ว คนไทยมันก็แบบนี้จริงๆนี่หว่า อย่างคดีเชอร์รี่แอน ดันแคน ก็ใช่ คนประณามกันทั้งบ้านเมือง พอความจริงเปิดเผยไอ้พวกที่ว่าก็เงียบกริบ หรืออย่างปรีดี พนมยงค์ งี๊ โดนใส่ร้ายว่าคอรัปชั่น จะโค่นระบอบอะไรนี่แหละ (จำไม่ค่อยแม่น) โจมตีจนต้องเผ่นไปต่างประเทศ แล้วก็ตายที่นั่นเลย ซึ่งสืบดูก็รู้ว่าเรื่องที่ไปรุมด่า รุมประจานเขา มันแหลสดล้วนๆ

 

หวังว่าคงจะได้กระตุ้นต่อมสำนึกคนจำพวกหัวลูกโป่งได้เป็นอย่างดี และนิทานเรื่องนี้

 

 

ไม่เกี่ยวกับการเมือง 

 

 

 

ณ  เมืองแห่งหนึ่ง เจ้าเมืองได้มีลูกชายคนหนึ่ง
ลูกชายของเจ้าเมือง มีฝีมือดาบที่ยอดเยี่ยม
และลูกน้องฝีมือดีอีก 2 คน

ลูกชายของเจ้าเมืองคนนี้ มีนิสัยอันร้ายกาจ
เบื้องหน้าเขาจะทำตัวเป็นผู้คุ้มครองความสงบสุข แต่...
ภายใต้าหน้ากากนั้นกลับซ่อนความชั่วร้ายอันน่าขนลุกไว้

ตัวผู้ติดตามก็เลวร้ายไม่แพ้กัน
คนหนึ่ง เป็นคนมือถือสาก ปากถือศีล
อีกคนหนึ่ง เป็นเผ่าโจรป่า นิสัยป่าเถื่อน

อีกด้านหนึ่งของเมือง มีลูกครึ่งอสูรตนหนึ่ง
มีร่างกายแข็งแรงกำยำ มีปีกศิลาสีชาดแสดงถึงความน่าเกรงขาม
สามารถกวัดแกว่งดาบยักษ์ได้ราวกับขนนก
อสูรตนนี้มีหน้าที่เป็นด่านหน้าในการปกป้องเมืองจากเหล่าทหารข้าศึก
เหล่าชาวเมืองต่างเลื่อมใสในฐานะ "อสูรอารักษ์"

วันหนึ่ง เจ้าเมืองถูกวางยาในแก้วไวน์ ซึ่งเจ้าเมืองกำลังดื่มในช่วงบ่าแก่ๆ
ลูกชายเจ้าเมืองได้ป่าวประกาศข่าวการตายของเจ้าเมืองว่า เป็นฝีมือของครึ่งอสูรปีกสีชาด

"อ้ายสัตว์นรกนั่น มันวางยาพ่อข้า"

ด้วยอิธิพลของลูกชายเจ้าเมือง ทำให้ชาวเมืองต่างสาปแช่งครึ่งอสูรนั้น
เหล่าทหารที่ เคยเคียงบ่าเคียงไหล่กับอสูรหนุ่มนั่น กลับหันคมหอกคมดาบเข้าหาเขา
ครึ่งอสูรนั้นไม่สามารถทำร้ายชาวบ้านได้ เพราะพวกเขาแค่ทำตามลมปากของลูกเจ้าเมือง
ทำให้ลูกครึ่งอสูรนั้นต้องระเห็จหนีตายออกจากเมือง

พ่อค้าอัญมณีผู้เป็นเพื่อนสนิทนั้นไม่เชื่อในสิ่งที่ลูกเจ้าเมืองบอก
เขาจึงได้ทำการสืบข่าวการตายครั้งนี้ แต่เขากลับพลาดท่าถูกจับได้
พ่อค้าอัญมณีถูกทำร้ายจนกลายเป็นเจ้าชายนิทรา

ลูกครึ่งอสูรได้หลบหนีการตามล่าของทหาร และชาวบ้านที่เกลียดแต้นเขา
คราที่ครึ่งอสูรจนมุม เขาได้รับความช่วยเหลือจากเผ่านาคา

แต่อสูรปีกศิลาปฏิเสธความช่วยเหลือของเผ่านาคาแล้วหาทางพิสูจน์ข้อกล่าวหาต่อไป
เผ่านาคจึงบอกสิ่งที่เกิดขึ้นกับพ่อค้าอัญมณีเพื่อนสนิทของอสูรตนนั้น

"สหายของเจ้าได้เสี่ยงชีวิตหาข้อพิสูจน์ให้เจ้าจนกลายเป็นเจ้าชายนิทรา เจ้าคิดจะทำให้การเสียสละของเขาเสียเปล่างั้นหรือ"

ครึ่งอสูรตอบรับความช่วยเหลือของเผ่านาคา
โดยเผ่านาคา มีแผนที่จะทำให้พ่อค้าัอัญมณีฟื้นขึ้นมา

 

วันตัดสินมาถึง ครึ่งอสูรได้กลับมาที่เมือพร้อมกับทูตจากเผ่านาคา
ทันทีที่ชาวเมืองเห็นอสูรปีกสีชาดที่ถูกล้อมด้วยทหารคุ้มกันเมืองต่างพากันขว้างปาสิ่งของขับไล่
แต่ครึ่งอสูรไม่ได้สนใจการกระทำของชาวเมืองแม่แต่น้อย
แม้แต่ทูตจากเผ่านาคา ยังถูกหาว่าเป็นคนเบื้องหลังในคดีไปด้วย
เมื่อถึงลานกลางเมือง ครึ่งอสูรได้อธิบายเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น

"อ้ายเดรัจฉาน แกมันโกหก"

ชาวเมืองต่างทวีความรุนแรงขึ้นไป ทูตจากเผ่านาคาจึงได้พาตัวพ่อค้าอัญมณีมาอธิบายเรื่องนี้

"ข้าได้ยินมากับหู อ้ายลูกชายเจ้าเมือง มันวางแผนกับลูกน้องวางยาท่านเจ้าเมือง เพื่อหวังจะครองเมืองเอง"

เมื่อพ่อค้าอัญมณีอธิบายเรื่องทั้งหมด แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือ

"อ้ายอสรพิษ แกมันโกหก"

คราวนี้คนที่ถูกขว้างปาสิ่งของได้มีพ่อค้าอัญมณีกับทูตจากเผ่านาคาด้วย
ทูตนาคา จึงได้ท้าให้ลูกเจ้าเมืองมาอธิบายเรื่องนี้กับทุกคน

เมื่อบุตรเจ้าเมืองได้มาถึง ปฏิกิริยากลับตรงข้ามกับครึ่งอสูรเหลือเกิน

"ท่านบุตรเจ้าเมือง ถ้าท่านยังมีความสัตย์จริงอยู่ ท่านไม่อธิบายเรื่องเหล่านี้หน่อยหรือ?"

ทูตนาคา ท้าทายบุตรเจ้าเมืองให้พูดสิ่งที่เกิดขึ้น
เมื่อบุตรเจ้าเมืองเปิดปากพ่นคำโป้ปด สิ่งที่ออกมากลับเป็น...

"ตัวข้านี้ เป็นคนวางยาพิษในแก้วไวน์พ่อข้า"

ตัวคนพูดเองแทบไม่เชื่อหู สิ่งที่เขาพูดกลับตรงข้ามกับที่เขาคิด
ชาวเมืองต่างฮือฮากับคำพูด ตัวบุตรเจ้าเมืองใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม

"สารภาพมาจนได้นะ คงไม่แปลกดอกที่ท่านไม่สามารถพูดได้อย่างที่คิด ข้าได้ส่งอสรพิษแอบวางยารีดความจริงในอาหารเช้าของท่านไว้แล้ว ยาของเผ่าข้าไม่มียาที่ทำให้คนโกหกได้ ที่ท่านพูดมาเมื่อครู่คือความจริงที่ท่านซ่อนไว้ทั้งหมด"

เหล่าทหารของเมือง ต่างกรูเข้ารวบตัวบุตรเจ้าเมือง
แต่กลับถูกสมุนของบุตรเจ้าเมืองจู่โจมกลับออกมา

ในเสี้ยววินาที กำปั้นของอสูรปีกศิลาชาด ได้พุ่งกระแทกร่างของทรชนทั้ง 3

ลูกชายเจ้าเมืองจับตัว และถูกตัดสินประหารชีวิตในวันรุ่งขึ้นพร้อมกับลูกสมุน
เหล่าทหาร ขุนนาง และชาวเมืองต่างเข้ามาชื่นชม และสรรเสริญซึ่งต่างกับท่าทีตอนที่เขาเข้ามาในเมือง

 

 

 

โดยทั่วไปคนที่ถูกใส่ร้ายแล้วคลายข้อกังขาแล้ว ความสัมพันธ์จะกลับมาเหมือนเดิม
แต่นิทานนี้ไม่ได้จบเช่นนั้น

"อย่าแตะต้องตัวข้า ตัวข้า ไม่เคยรู้จักกับคนน่าสะอิดสะเอียนเช่นพวกเจ้า"

ครึ่งอสูร พูดใส่คนเหล่านั้นด้วยแววตาเย็นชา และท่าที่ขยะแขยง
จิตใจของครึ่งอสูรนั้น ถูกชาวเมืองทำร้ายจนยากที่จะเยียวยา
ครึ่งอสูรได้สะบัดปีกไล่คนที่ครั้งหนึ่งเขาได้คอยปกป้องและดูแล ซึ่งมันไม่ได้เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว

พวกเขาได้สูญเสียบุคคลสำคัญต่อชีวิตไปเสียแล้ว
ด้วยการกระทำของพวกเขา ที่ทำตามลมปากของคนๆ เดียว

เมื่อเมืองนี้ ไม่มีด่านหน้า ไม่มีวีรบุรุษคอยปกป้อง
ไม่นาน เมืองๆ นั้นได้ถูกข้าศึกเผาทำลาย
กว่าที่พวกเขาจะสำนึกในสิ่งที่ทำไปเพราะความขลาดเขลาหูเบา
รู้ตัวอีกทีพวกเขาก็ถูกเผาทั้งเป็นไปกับเมืองเสียแล้ว

 

 

 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า - การตามกระแสลมปากของคนโดยไม่ไตร่ตรอง อาจทำให้สูญเสียสิ่งสำคัญไปโดยไม่สามารถประสานรอยร้าวได้

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet